เริ่มต้นการเทรดกับ Exness ในประเทศไทยผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ง่ายและรวดเร็ว

เราจะช่วยคุณผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบเพื่อเปิดใช้งานบัญชีเทรดจริงได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ทำความเข้าใจกับระบบตรวจสอบของ Exness

หลังจากที่คุณสมัครบัญชีกับเราแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่หลายคนสงสัยคือกระบวนการตรวจสอบ หรือ verification process นั่นเอง เราอยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วมันไม่ซับซ้อนอย่างที่คิดเลย จากประสบการณ์ที่ได้ช่วยนักเทรดชาวไทยหลายพันคน ขั้นตอนนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมาและใช้เวลาไม่นาน

การตรวจสอบนี้จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบทางการเงิน และที่สำคัญคือเพื่อปกป้องเงินทุนของคุณและความปลอดภัยของบัญชี รวมถึงช่วยให้การถอนเงินเป็นไปอย่างราบรื่น

เหตุผลที่ต้องตรวจสอบ รายละเอียด
ความปลอดภัยของบัญชี ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
การปฏิบัติตามกฎระเบียบ เป็นไปตามมาตรฐานสากลและกฎหมายการเงิน
การถอนเงิน ยืนยันเจ้าของบัญชีเพื่อป้องกันการฟอกเงิน

โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมงหากส่งเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับกระบวนการตรวจสอบ

ก่อนจะเริ่มขั้นตอนอัพโหลดเอกสาร ลองมาดูก่อนว่าเราใช้เอกสารอะไรกันบ้าง เพราะจากที่เห็น ส่วนนี้มักทำให้หลายคนติดขัดง่ายๆ

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้

  • บัตรประชาชนไทย หรือพาสปอร์ต หรือใบขับขี่ (เพื่อยืนยันตัวตน)
  • เอกสารยืนยันที่อยู่ เช่น บิลค่าไฟ หรือใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารที่ออกไม่เกิน 6 เดือน
  • ข้อมูลโปรไฟล์เศรษฐกิจ เพื่อเข้าใจพื้นฐานการเทรดและแหล่งที่มาของเงินทุน

ขั้นตอนการยืนยันตัวตนทีละขั้นตอนกับ Exness

มาเริ่มกันเลยดีกว่า เราจะแบ่งเป็นสามเฟสให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะยุ่งยาก

เฟสแรก: เข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว (Personal Area)

หลังจากสมัครแล้ว ให้ล็อกอินเข้าพื้นที่ส่วนตัวของคุณที่ exness.com แล้วมองหาปุ่ม “Become a Real Trader” เพื่อเริ่มกระบวนการตรวจสอบ

เฟสสอง: กรอกข้อมูลส่วนตัว

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะข้อมูลต้องตรงกับเอกสารที่ส่ง ไม่อย่างนั้นจะล่าช้า เราขอรายละเอียดเช่น ชื่อ-นามสกุล วันเกิด เบอร์โทร ที่อยู่ และประสบการณ์เทรดของคุณ

เฟสสาม: กรอกโปรไฟล์ทางเศรษฐกิจ

อย่ากังวลกับส่วนนี้ มันแค่ช่วยให้เรารู้ว่าคุณมีพื้นฐานและความพร้อมสำหรับการเทรดยังไง แค่ตอบตามความจริงเท่านั้น

เทคนิคการอัพโหลดเอกสารให้ผ่านง่าย ๆ

ตรงนี้แหละที่พวกเราพบว่าหลายคนติดขัด เพราะภาพหรือไฟล์ไม่ชัดเจน หรือไม่ตรงตามข้อกำหนด เราเลยอยากแนะนำวิธีที่ช่วยให้ผ่านเร็วขึ้น

ข้อกำหนด รายละเอียด
ความละเอียด ขั้นต่ำ 300 DPI เพื่อให้ภาพชัดเจน
ประเภทไฟล์ JPG, PNG หรือ PDF
ขนาดไฟล์ ไม่เกิน 8MB
แสงสว่าง ถ่ายในแสงธรรมชาติ หลีกเลี่ยงเงาหรือแสงสะท้อน
  • ถ่ายภาพเอกสารให้เห็นครบทุกมุม (สี่มุม) และชัดเจน
  • วางเอกสารบนพื้นสีเข้มและเรียบ
  • ถ่ายภาพตรง ๆ ไม่เอียง เพื่อลดการบิดเบือน

ถ้าทำตามนี้ โอกาสถูกปฏิเสธจะน้อยลงมาก

ระยะเวลาการตรวจสอบที่ควรรู้

เข้าใจได้ว่าอยากรู้ว่าต้องรอนานแค่ไหน โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงในวันทำการ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้ล่าช้าได้

ช่วงเวลาปกติของการตรวจสอบ

โดยทั่วไปกระบวนการแบ่งเป็น

  1. ตรวจสอบเอกสาร 2-4 ชั่วโมง
  2. ตรวจสอบคุณภาพเอกสาร 1-2 ชั่วโมง
  3. อนุมัติขั้นสุดท้าย 1-2 ชั่วโมง

รวมทั้งหมดประมาณ 4-8 ชั่วโมงในวันทำการ

ปัจจัยที่อาจทำให้ล่าช้า

เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์ ปริมาณคำขอเยอะ หรือเอกสารที่ส่งไปคุณภาพไม่ดี หรือบางครั้งอาจต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ขั้นตอน รายละเอียด
ตรวจสอบความถูกต้อง ดูว่าเอกสารเป็นของจริงและข้อมูลครบถ้วน
ตรวจสอบความสอดคล้อง ชื่อและข้อมูลตรงกันทุกเอกสาร
การประเมินความเสี่ยง ประเมินตามกฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัย

วิธีจัดการหากเกิดปัญหาในการตรวจสอบ

ถ้าเอกสารของคุณถูกปฏิเสธ อย่าเพิ่งกังวล เราจะบอกเหตุผลพร้อมคำแนะนำให้คุณแก้ไขได้อย่างตรงจุด

สาเหตุที่เอกสารถูกปฏิเสธ

  • ภาพถ่ายไม่ชัดเจน หรือแสงไม่เพียงพอ
  • เอกสารไม่ครบ หรือมีบางส่วนหาย
  • ข้อมูลบนเอกสารไม่ตรงกัน เช่น ชื่อหรือที่อยู่
  • เอกสารหมดอายุ

ขั้นตอนแก้ไข

  1. อ่านเหตุผลที่แจ้งอย่างละเอียด
  2. จัดเตรียมเอกสารใหม่ตามข้อแนะนำ
  3. ถ่ายภาพเอกสารใหม่โดยใช้เทคนิคที่เราแนะนำ
  4. ส่งเอกสารที่แก้ไขแล้วเข้าระบบอีกครั้ง

อย่าส่งเอกสารเดิมซ้ำๆ เพราะจะทำให้กระบวนการช้าลงเท่านั้น

สถานการณ์พิเศษในกระบวนการตรวจสอบ

บางครั้งการตรวจสอบอาจต้องใช้เอกสารหรือขั้นตอนเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยและให้เป็นไปตามกฎระเบียบ

การตรวจสอบเพิ่มเติม (Enhanced Due Diligence)

ในกรณีนี้ เราอาจขอเอกสารเพิ่ม เช่น เอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม เพื่อความมั่นใจ

บัญชีบริษัท

สำหรับบัญชีองค์กร จะต้องใช้เอกสารเฉพาะ เช่น ใบทะเบียนบริษัท หนังสือรับรองกรรมการ และบัญชีธนาคารบริษัท ซึ่งการตรวจสอบอาจใช้เวลานานกว่าบัญชีบุคคลทั่วไปประมาณ 2-3 วันทำการ

เอกสารบัญชีบริษัท วัตถุประสงค์
ใบทะเบียนบริษัท ยืนยันสถานะบริษัท
บัตรประชาชนกรรมการ ยืนยันตัวตนผู้มีอำนาจ
บัญชีธนาคาร ข้อมูลการเงินของบริษัท
หนังสือบริคณห์สนธิ โครงสร้างบริษัท

การดูแลบัญชีที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

เมื่อผ่านกระบวนการตรวจสอบเรียบร้อย คุณจะสามารถใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ของแพลตฟอร์มได้เต็มที่ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ควรดูแลอย่างต่อเนื่อง

การอัพเดตข้อมูลบัญชี

ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เบอร์โทร หรือสถานะการทำงาน ควรแจ้งให้เราทราบภายใน 30 วัน และอัพโหลดเอกสารใหม่ถ้าจำเป็น

สิทธิ์ในการถอนเงิน

บัญชีที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจะสามารถถอนเงินผ่านช่องทางที่รองรับในประเทศไทย เช่น โอนผ่านธนาคาร, e-wallet, หรือบัตรเครดิต โดยแต่ละช่องทางมีระยะเวลาและข้อจำกัดแตกต่างกัน

การสร้างบัญชีเทรดใหม่

คุณสามารถสร้างบัญชีได้หลายประเภทตามความต้องการ เช่น Standard, Pro, Raw Spread, หรือ Zero Account เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ

ประเภทบัญชี จุดเด่น
Standard เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
Pro สเปรดต่ำ เหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์
Raw Spread สเปรดต่ำสุด เหมาะกับผู้ที่เน้นสเกลป์
Zero ไม่มีค่าสเปรด แต่มีค่าคอมมิชชั่น

❓ FAQ

กระบวนการตรวจสอบใช้เวลานานแค่ไหน?

โดยปกติจะเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 4-8 ชั่วโมง แต่บางกรณีอาจต้องรอถึง 3 วันทำการ

สามารถเทรดได้เลยไหมถ้ายังไม่ผ่านการตรวจสอบ?

คุณสามารถใช้งานบัญชีทดลองได้ทันที แต่การฝากเงินและเทรดจริงต้องผ่านการตรวจสอบก่อน เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ

ถ้าเอกสารถูกปฏิเสธควรทำอย่างไร?

เราจะบอกเหตุผลชัดเจน ให้แก้ไขตามคำแนะนำแล้วส่งเอกสารใหม่ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องคุณภาพภาพที่แก้ไขได้ง่าย

จำเป็นต้องยืนยันตัวใหม่ถ้าเปลี่ยนที่อยู่ไหม?

แค่แจ้งที่อยู่ใหม่ใน Personal Area และอัพโหลดเอกสารยืนยันที่อยู่ใหม่ก็เพียงพอ ไม่ต้องยืนยันตัวใหม่ทั้งหมด

ใช้เอกสารภาษาไทยได้ไหม?

บัตรประชาชนไทยสามารถใช้ได้เลย แต่เอกสารอื่นๆ เช่น ใบแจ้งยอดบัญชี ควรเป็นภาษาอังกฤษหรือแปลอย่างเป็นทางการ

ถ้าไม่มีบิลค่าไฟในชื่อจะใช้เอกสารอะไรแทนได้?

ใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารในชื่อของคุณเป็นทางเลือกที่ดี หากอาศัยอยู่กับครอบครัว อาจต้องมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์กับที่อยู่ด้วย

มีขั้นต่ำในการฝากเงินหลังตรวจสอบไหม?

ขั้นต่ำคือ $10 (ประมาณ 350 บาท) หลังจากบัญชีผ่านการตรวจสอบแล้ว ไม่มีขีดจำกัดสูงสุดสำหรับช่องทางส่วนใหญ่

ทำอย่างไรให้กระบวนการตรวจสอบเร็วขึ้น?

อัพโหลดเอกสารที่ชัดเจน ครบถ้วน และกรอกข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยลดเวลารอและไม่ต้องส่งซ้ำหลายรอบ